2005/May/03

ไม่เคยเชื่อว่าความเบื่อจะทำคนตายได้...แต่ใกล้แล้ว...ใกล้

อยากคว้ามีดมาไล่แทงคน...แต่คงทำไม่ได้เพราะยังเดินไม่ได้อ๊ากกกกกก

เซ็ง.....เซ็งงงงงงงงงงง

สิ่งน่ากลัวสำหรับหนุ่มน้อยน่ารักคือกาลเวลา...หึๆๆๆ กาลเปลี่ยนคนเปลี่ยน

...ริชชี่ แก่แล้วก็ลงพุง เสียใจว้อย...

...หนูเฟย เมะไปแล้ว....อ๊ากกกกก

...ชากะ...ถึงโตแล้วยังน่ารักก็เถอะ แต่อยากได้ชากะฉบับกระเป๋าที่นั่งเป็นก้อนมากกว่าอะ...

พระเจ้าขา...หนูไม่อยากโต หนูไม่อยากเอนท์.....อ๊ากกกกก

บ่นพอละ...ดูรูปกันดีกว่า

ลอรี่กะลูคี่ปีหนึ่ง...

ลอรี่ "ไม่ต้องเป็นห่วงนะลูคัส ใครจะมองนายเป็นยังไง ชั้นจะอยู่ข้างนายเอง"
ลูคี่ "โห ซึ้ง" T^T

ลอรี่กะลูคี่ปีไหนไม่รู้...

ลอรี่ "ปล่อยโว้ย ไอ้ซาตานบ้า!!!"
ลูคี่ "โถ่ๆๆๆ ลอรี่อย่าหนีน้า..."

อ่านะ...กาลเปลี่ยนคนเปลี่ยน....

เครดิต รูปแรกจากกูเกิ้น...รูปสอง บลอคcatkun


edit @ 2005/05/03 17:37:54
edit @ 2005/05/03 17:43:19

2005/Apr/21

ความเดิมเอนทรีที่แล้ว เอนี่น้อยโดยรถชนหัวแตกและมีแผลเปิดที่ขา...สาหัสยังไงยังไม่ปรากฏ

จากนั้นรถพยาบาลก็แล่นปุเลงๆไปสู่รามาธิบดีฮอทพิทอล...เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราอยากให้รถพยาบาลมันใช้ไอ้รถอะไรไม่รู้ที่โฆษณาว่าขับได้นิ๊มนิ่ม...แบบว่ามันกระเทือนมากเลยอะ T-T

"สลบรึเปล่าคะ?" พยาบาลในรถพยาบาลถาม "ม่ายยยย~" (คำตอบของตรูเอง) จริงๆแล้วคนที่มาปฐมพยาบาลเราก่อนก็ถามแล้วคำถามนี้...จากนั้นพยาบาลที่แผนกฉุกเฉินก็ถามอีก หมอมาหมอก็ถาม ใครมาถามหมด...

"ถามอีกแระ" เราตบะแตกเลยถามเค้ากลับมั่งเท่านั้นแหละ...หัวมันก็ไม่ได้เจ็บอ่านะ ไอ้เรานี่ห่วงขาแทบตาย ไม่สนใจมันเลย ถามกันอยู่ได้สลบมั้ย? โธ่! (จริงๆเค้าถามอะถูกแล้วนะ เรางี่เง่าเองแหละ)

และด้วยความที่เราเป็นพวก ตายได้แต่อย่าเจ็บ ดังนั้นทุกคำถามของหมอเราจึงตอบคลุมเคลือทั้งสิ้น (อาธิ ปวดคอมั้ย?- นิดหน่อย ปวดหัวมั้ย-ไม่ค่อย บลาๆ) ผล...โดนจับใส่ที่ดามคออยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน...ถอดแล้วปวดคอเลย (ถึงขั้นประคองหัวไม่อยู่)

จากนั้นเราก็ไปเอ็กเรย์...ทุลักทุเลตรงที่เค้าต้องมาจับขาเราบิดให้ได้รูปชัดๆน่ะแหละ เฮอะๆ ร้องลั่นโรงบาลตามระเบียบ... ผล...หักครับท่าน หักสนิท เกือบตรงเลยล่ะ เป็นเงี่ยงอยู่นิดหน่อย...

ดังนั้นเอนี่น้อยจึงถูกเข็นเข้าสู่ห้องผ่าตัดตอนเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ไอ้เราไม่ได้กลัวการผ่าตัดนะ...เพราะถือคติ "อะไรก็ได้ถ้ามันไม่เจ็บ" ดังนั้นเมื่อหมอดมยามาหา เราจึงบอกไปทันทีว่า ขอยาสลบนะหมอ...เอาให้ทีเดียวเหมือดไปสามวันเลยก็ได้... หากคำตอบที่ได้รับคือ...เราอดอาหารไม่ครบตามเวลา ใช้ยาสลบแล้วอาจมีผลข้างเคียงอื่นๆ ไม่ควรทำ

เหตุแท้จริงที่เค้าบ่ายเบี่ยงเป็นเพราะมันเสี่ยงต่อเค้ามากกว่าเราอะ... แล้วตอนที่เรายังดื้อไม่ยอมใช้วิธีบลอคหลัง(ไม่เกี่ยวกะเอ็กทีนบลอค - - เป็นวิธีฉีดยาชาเข้าเส้นประสาทที่ไขสันหลัง ทำให้ช่วงล่างของตัวไม่รู้สึกใดๆทั้งสิ้น หมอแหวะขาถึงกระดูกก็ไม่รู้สึก...) เราก็บ่ายเบี่ยงทันใด พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...เค้าจะผ่าขาชั้นทั้งๆที่ชั้นยังรุ้สึกตัว ไม่เอ๊า~

หมอดมยาพยายามเกลี้ยกล่อมแกมขู่เข็ญแต่เราก็ไม่ยอมท่าเดียว...(กลัวนิ) ดังนั้นเค้าจึงบอกว่าจะไปถามแม่เรา ให้แม่เราตัดสินใจ (ในใจเราคิดว่าแม่คงจะให้บลอคหลังแน่ๆเลยล่ะ...) แต่เราก็ยังคงไม่ยอม หมอดมยาจึงออกไป ระหว่างนั้นพยาบาล(หรือหมอก็ไม่รู้) เค้าก็เอาน้ำเย็นเข้าลูบ พูดได้ตรงจุดว่าจะให้ยานอนหลับ เราไม่ต้องรู้สึกตัวอยู่ก็ได้ - - - - โอเคหมอ! หนูต้องการแค่นี้แหละ...

แต่เมื่อหมอดมยาเข้ามา เราก็ถามเพื่อความชัวว่าแม่เราว่าไง เค้าก็ตอบเลี่ยงๆว่า ถ้าไม่ยอม แม่จะเข้ามาคุย เราก็เลยบอกว่าเราบลอคหลังก็ได้ แต่ขอยานอนหลับ เค้าก็ตกลง...เราจึงได้เริ่มการผ่าตัดสักที...(แบบว่าเวลากล่อมนานมากเลยแหละ)

แต่หลังจากนั้นเมื่อเรามาคุยกะแม่เรา แม่เราบอกว่า เค้ารู้ว่าบลอคหลังมันก็อาจมีปัญหาเหมือนกัน(เช่นแขนลีบ วิงเวียนศีรษะเป็นอาจินตลอดชีวิต...) เขาก็ลังเลอยู่ แต่กลายเป็นว่าเราที่ไม่รู้เรื่องตกลงไปเสียแล้ว

โดนหลอกครั้งที่ 1 !!!

เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่มีไรมาก คืนนั้นก็ปวดขาโคดๆไปตามปกติ...ได้ยาแก้ปวดจาก 4 ชั่วโมงครั้งเป็น 2 ชั่วโมงครั้งถึงหลับลง...แค่นั้นเอ๊ง

ต่อมาเราก็ถามหมอว่า เมื่อไหร่เราจะเดินได้ หมอก็บอก สามอาทิตย์...เราก็โอเคล่ะ ไม่ถึงเดือนเองนิ แต่พอหมอกายภาพบำบัดมา เค้าก็บอก เดือนครึ่ง...(เพิ่มเท่าตัวเลยอะ...) เราก็ยังไม่คิดอะ แต่จากที่ไปหาหมอนัดเมื่อคราวก่อนเค้าบอก...สามเดือนนะหนู...เออ ดีวุ้ย เพิ่มเป็นอนุกรมเรขาคณิตเลยวุ้ย...

หลังจากนั้นก็ชิวๆไปเรื่อยๆ เดินไม่ได้ก็ใช้ชีวิตอยู่หน้าคอมแสนสุขี มีนิดๆหน่อยๆก็ตรงที่เรานั่งรถทีไรรู้สึกอยากให้คนขับมันสนองนโยบายรัฐ ขับสัก20กิโลเมตรต่อชั่วโมงทุกที เข้าโค้งทีเราก็ใจหายที โอ้ว...(เรียกง่ายๆว่าโฟเบี่ยขั้นแรกนั่นเอง)

ปล. เรื่องหลังจากนั้นก็ลุ่มๆดอนๆเล็กน้อย ไหมละลายโผล่มาบ้าง อะไรบ้าง นิดๆหน่อยๆ...

2005/Apr/18

ขอย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 เวลาประมาณ 3.15 เอนี่คุงกลิ้งดุ๊กดิ๊กออกจากบ้านแถวสะพานควายทั้งๆที่พรุ่งนี้เพิ่งจะเป็นวันสอบไฟนอลวันที่สอง...ประมาณเสี้ยนจัด

เหลียวซ้าย...แลขวา...เฮ๊ย! คนเขากำลังข้ามถนนกันพอดีน่าหว่า ชักช้าก็รออีก 1 ไฟแดงที่ไม่เห็นอนาคต...ว่าแล้วเราจึงจัดการข้ามมันไปทันที...

เปรี้ยง! โครม! เอี๊ยด!

ที่จริงก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้เสียงข้างบนเนี้ยมันมีมั้ย...เพราะตรูโดนชนลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่กะยางมะตอยเรียบร้อย...T^T หนูขอสาบานว่าหนูข้ามถนนอย่างไม่ประมาท แต่ไอ้บ้ามอไซต์มันไม่หลบกรู๊!!!

คิดว่าโชคดีคงยังพอมีอยู่บ้าง(คาดว่าเป็นโชคที่เก็บไว้ใช้ยามสอบ) เราไม่ได้สลบหรืออะไรเลย ดังนั้นจึงยันตัวลุกขึ้น ในใจมีเพียงความคิดเดียว...จะโดนด่ามั้ย?(วะ)

สมอง(ที่โดนกระทบกระเทือน)น้อยๆก็คิดโดยฉับพลันว่า...ถ้าไม่เป็นไรกรูจะเดินกลับบ้านเลย ไม่ไปไหนมันแล้ว!...ครั้นแล้วเลือดมันก็หยดแหมะลงแปะยางมะตอยอย่างสโลว์โมชั่น...กลับไม่ได้แล้วเดะ... - -"

จากนั้นเราจึงปราดสายตาลงไปมองขาขวา(ที่ตอนล้มเอาขาซ้ายทับไว้ตั้งนาน) ปรากฏว่ามีแผลเปิด ไขมันทะลัก(มันทะลักได้จริง!!! ขนาดชั้นไม่ได้มีเยอะแยะอะไรนะ) ยังออกมาน้อย โอเค...ไม่เจ็บเท่าไหร่...มันชาY_Y

/me(ตอนนั้น) คอสโม่จะรักษาได้มั้ย? คาโลอยู่ไหนชั้นอยากได้หมอเทวดา...ดร.เคล่ะ KASUYA!(ทำไมต้องเรียกเป็นอังกฤษทุกครั้ง?) HELP ME!

จากนั้นตำรวจก็มา(มาได้เร็วเพราะมันใกล้สี่แยก) คนที่ชนเราก็จอดรถ แล้วพยายามลงมาช่วยกะตำรวจพาเราไปที่ฟุตบาท...โดยการจะให้เราเดินไปเอง!!!!! ขากรู๊!!! หากก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง มีชายแก่คนหนึ่ง ท่าทางก็เป็นชาวบ้านเชื้อสายจีนธรรมดา(ไม่อยากเรียกว่าแป๊ะ) มาช่วยพยุงขา หามเราเข้ามาที่ฟุตบาท...เออเนอะ เดี๋ยวนี้ตำรวจกะทหารเขาไม่เรียนวิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยรึไงฟะ -*-

เราก็โทรบอกพ่อ...จากนั้นพ่อก็มา เป็นเวลาเดียวกับที่คนจากศูนย์นเรนทรณ์(เขียนไงไม่รุ้อะ ขออภัย)โผล่ออกมาจากฝูงชน ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ...เค้าว่านั่งมอไซต์มา... จัดการปฐมพยาบาลให้เราก่อน แล้วรถพยาบาลก็มาในเวลาไม่นานนัก...

ขี้เกียจแล้วอะ ไว้ต่อเมื่ออยากเขียนกะ Need For Speed 2... (พจญภัยในโรงบาล...กะหมอที่ชอบหลอกคนไข้)

ปล. ใครมีบลอดให้เราแอดได้มั่งหว่า...



edit @ 2005/04/18 10:14:48